|
ความเชื่อผิดๆ ...เมื่อจะซื้อรถมือสอง
การเลือกซื้อรถยนต์มือสองไม่ใช่เรื่องง่าย
ใครๆ ก็กลัวถูกหลอก แต่จะป้องกันได้อย่างไร ถ้ายังมีความเชื่อผิดๆ
กันอยู่... บทความนี้ไม่ใช่วิธีเลือกรถยนต์มือสอง
แต่จะช่วยลบล้างความเชื่อผิดๆ ได้
เต็นท์ต้องย้อมแมวเสมอ - รถบ้านต้องสภาพดีกว่า
ความเชื่อผิด
:
คนส่วนใหญ่ยังเชื่อกันอยู่ว่า การซื้อรถมือสองจากผู้ประกอบการ
หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า เต็นท์รถมือสอง ต้องเสี่ยงต่อการย้อมแมว
ต้องถูกหลอก มักเอารถเน่ามาหลอกขาย สารพัดจะเละทั้งตัวถังห่วย
ชนยับ เครื่องยนต์ช่วงล่างซ่อมแบบขอไปที มีส่วนจริงบ้างเท่านั้น
แต่ไม่ใช่ทุกเต็นท์
ส่วนรถที่ประกาศขายเองตามหน้านิตยสาร หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต
ตั้งกล่องจอดข้างทางประกาศขาย หรือที่เรียกกันว่า รถบ้าน
หลายคนรีบมองว่า น่าจะสภาพดีกว่ารถเต็นท์ เพราะเจ้าของใช้เอง
ขายโดยไม่มีคนกลางราคาถูกกว่า รถก็สภาพดีกว่า ไม่มีการย้อมแมว

ความเป็นจริง
: ของมือสองจะมีสภาพดีหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับแหล่งที่ขายเท่าไรนัก
ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลและการใช้งานของเจ้าของเดิม
และการปรับสภาพของผู้ขาย
(ซึ่งอาจเป็นหรือไม่เป็นคนเดียวกับเจ้าของเดิม)
เรื่องเต็นท์ย้อมแมว มีมาตลอดและยังมีอยู่เสมอ
เพราะหลายคนทำธุรกิจแบบตีหัวเข้าบ้าน เน้นกำไรสูงๆ ไว้ก่อน
ลูกค้ารู้ภายหลังไม่สน แต่เต็นท์หลายแห่งในระยะหลังมานี้
ต้องการทำธุรกิจระยะยาว ไม่รับซื้อรถสภาพแย่ๆ
รถที่ขายอยู่ก็มีสภาพดี เพื่อให้ขายง่าย และสร้างชื่อเสียง
ในระยะยาว
เพื่อให้ลูกค้าคนเดิมวนกลับมาซื้ออีกหรือปากต่อปากบอกเพื่อนๆ
ย่อมดีกว่าย้อมแมวขายแล้วลูกค้าสาปส่ง
เรื่องนี้ต้องแล้วแต่นโยบายทางธุรกิจ
ส่วนรถบ้านนั้น มีทั้งแท้และเทียม
เพราะพ่อค้ารถทราบดีว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่
เชื่อมั่นว่ารถบ้านต้องสภาพดีราคาถูก ผู้ซื้อมักจะชะล่าใจ
ตัดสินใจง่ายไม่ดูละเอียด
จึงใช้วิธีเช่าบ้านเอารถไปจอดขายทีละคันสองคัน ซึ่งก็ไม่แพงเท่าไร
ค่าเช่าเดือนละไม่กี่พันบาท แล้วอาจจะอยู่อาศัยเองด้วย
หรืออาจจะใช้วิธีฝากขายกับคนที่ไว้ใจ ปลอมเป็นรถบ้าน
สังเกตได้ว่าผู้ขายจะไม่ค่อยรู้รายละเอียดของรถคันนั้น
อ้ำอึ้งเมื่อถูกถามลึกๆ และที่สำคัญคือ ชื่อในสมุดทะเบียน
จะไม่ใช่ผู้ขายคนนั้น
ส่วนรถบ้านแท้ๆ ขายโดยเจ้าของจริง ไม่จำเป็นว่ารถจะมีสภาพดี
เพราะเขาอาจจะดูแลรถมาไม่ดี จนเต็นท์ไม่รับซื้อหรือไม่รับเทิร์น
เลยต้องมาขายเอง เป็นเรื่องแปลกที่รถบ้านซึ่งซ่อมแบบขอไปที
ไม่ถูกเรียกว่าย้อมแมว
ความเข้าใจที่ถูกต้อง
: ให้ความเป็นกลางในใจในเรื่องของแหล่งที่ขาย
ให้คิดว่าไม่ว่าจะซื้อที่ไหนก็มีโอกาสถูกย้อมแมวได้พอกัน
จะได้ไม่ชะล่าใจ
สีสวย
คือ สภาพดี อาจเพราะทำมาใหม่
ความเชื่อผิด
:
ไม่แปลกที่เมื่อเห็นรถคันใดสีสวยเงางาม ไม่มีรอยเฉี่ยวชนค้างอยู่
หลายคนจะคิดไปก่อนเลยว่า รถคันนี้สภาพดี เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็น
เป็นอย่างแรก และไม่ซับซ้อนในการดู
ถึงจะซ่อมสีมาหรือพ่นใหม่ทั้งคัน แต่ถ้าทำมาเรียบร้อย
ไม่เป็นคลื่นเป็นลอน อย่างน้อยก็ดูดี และอาจทำให้ผู้ซื้อชะล่าใจ
ดูส่วนอื่นไม่ละเอียด
ความเป็นจริง
:
สีสวย แต่อาจเป็นเพราะซ่อมมาแล้ว หรือทำมาใหม่ทั้งคัน
หลังจากเกิดอุบัติเหตุ สวยเงางามไม่พอ จำเป็นต้องดูในรายละเอียดว่า
ทำไมถึงสีเนียน เป็นสีเดิมจากโรงงานจริง หรือสีพ่นใหม่
ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับอายุของรถด้วย ถ้ารถใหม่อายุไม่เกิน 7-8 ปี
ซึ่งเป็นอายุเฉลี่ยของสีจากโรงงานผลิตที่พอจะทนอยู่ได้
ก็ไม่ควรจะมีการทำสีใหม่มาทั้งคัน
ถ้าเคยซ่อมสีมาแผลสองแผลพอทำใจได้ หากทำสีมาทั้งคัน สันนิษฐานได้ 2
สาเหตุหลัก คือ เกิดอุบัติเหตุหนักหรือจอดตากแดดขาดการดูแล
เพราะรถปีใหม่ๆ นั้นในแวดวงเขาเน้นกันว่าต้อง สีเดิม
โดยผู้ขายมักจะบอกเน้นมากๆ ถ้าเป็นสีเดิมทั้งคัน เพราะจะชัดเจนว่า
รถคันนั้นไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย ส่วนรถเก่าอายุเกิน 10 ปี
แน่นอนว่าต้องมีการทำสีมาใหม่ แต่ควรจะใหม่แบบเรียบร้อย
ไม่ใช่ใหม่แต่ภายนอก แต่ภายในหมกเม็ดเลอะเทอะ ทำแบบลวกๆ
ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
สีเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น สวยแต่เปลือกก็มีเยอะ ถ้าเป็นรถใหม่
สีเดิมจากโรงงานย่อมดีที่สุด หลีกเลี่ยงการซื้อรถปีใหม่ๆ
ที่ทำสีมาใหม่ทั้งคัน เพราะยังไงก็ไม่เนี้ยบไม่ทนเท่าสีโรงงาน
ส่วนรถเก่าถ้าทำสีมาใหม่ ควรสวยทั้งนอกทั้งใน ละอองสีไม่เลอะเทอะ
และอย่าลืมดูส่วนอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจด้วย
เพราะไม่ใช่สีสวยแล้วตัวถังต้องดีเสมอไป
เคาะ..ป๊องๆๆ บางทั้งคัน อาจบางแค่ภายนอก
ความเชื่อผิด :
ความบางจากการเคาะด้วย มะเหงกนั้น หมายถึง
ตัวถังบางมีแต่เหล็กกับเนื้อสี ไม่มีสีโป๊วทับเนื้อเหล็กอยู่ใต้สีชั้นนอก
ถ้าเคาะแล้วบาง เสียงก้องๆ ดังป๊องๆๆๆ เสียงไม่ทึบ แสดงว่าบาง
ไม่เกิดอุบัติเหตุมา ไม่มีการชน แล้วเคาะซ่อมแล้วโป๊วสีทับ
ผู้ขายบางคนรีบบอกเลยว่า รถคันที่จะขายบางทั้งคัน ป๊องทั้งคัน
เพื่อแสดงว่าไม่มีการชนหนักมาก่อน ผู้ซื้อจะได้สนใจ
ความเป็นจริง :
การเคาะด้วยหลังมือไปทั่วคันรถ
สามารถตรวจสอบความบางของตัวถังด้านนอกได้ว่า มีสีโป๊วทับหรือไม่
แต่การที่ตัวถังในส่วนที่เคาะนั้นบาง
ไม่ได้หมายความว่ารถคันนั้นไม่เคยเกิดอุบัติเหตุหนักๆ
ทุกชิ้นที่อยู่ภายนอกอาจบาง ทั้งที่รถคันนั้นเคยชนเละมาแล้ว
เพราะซ่อมแบบเปลี่ยนทั้งชิ้น เช่น เปลี่ยนประตูทั้งบาน
ฝากระโปรงทั้งชิ้น หรือแม้แต่แผ่นหลังคา ถึงจะคว่ำมา
ก็เปลี่ยนหลังคาทั้งแผ่นได้ ถ้าซ่อมโดยวิธี
เคาะดึงโครงสร้างข้างในแล้ว ชิ้นนอกใช้วิธีเปลี่ยนเอา หลังมือเคาะ
ยังไงก็ป๊องๆ ยังไงก็บางทั้งคัน
ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
การเคาะตัวถังภาย นอกบอกไม่ได้ว่า รถคันนั้นไม่เคยชน
เพราะบอกได้แค่ว่า ชิ้นนั้นไม่เคยชน แต่ข้างในนั้นอาจชนมาเละ
แล้วเปลี่ยนชิ้นใหม่ภายนอกมา อะไหล่ตัวถังทั้งแท้ เทียบ เทียม ใหม่
เก่า มีให้เลือกเปลี่ยนอย่างสะดวก เมื่อเคาะฟังเสียงข้างนอกแล้ว
ที่สำคัญคือ ต้องดูตะเข็บ รอยเชื่อม รอยอาร์คภายในทุกจุด
เท่าที่จะดูได้อย่างละเอียด ถึงจะทราบได้ว่ารถคันนั้นเคย
เกิดอุบัติเหตุหนักๆ หรือไม่ การเคาะแล้วเสียงป๊องๆ
เป็นส่วนประกอบย่อยเท่านั้น ยุคนี้ชิ้นไหนๆ
ก็เปลี่ยนกันได้ในราคาไม่แพง
เลขระยะทางบนหน้าปัด อย่าเชื่อมาก
ความเข้าใจผิด :
แม้คนส่วนใหญ่จะพอทราบกันว่า เลขกิโลเมตรบนมาตรวัดระยะทาง
หรือเรียกกันแบบชาวบ้านว่า ไมล์ (ทั้งที่ไม่ใช่ระยะเป็นไมล์)
สำหรับการซื้อ ขายรถมือสองนั้นเชื่อถือแทบไม่ได้
เพราะสามารถหมุนเลขกลับได้ง่าย มีช่างเก่งๆ รับทำให้ในราคาคันละ
500-1,000 บาทเท่านั้น แต่ผู้ซื้อก็อดไม่ได้ที่จะดูเลขไมล์
ประกอบการตัดสินใจด้วยเสมอ ดูเลขไมล์แล้ว ก็ไม่ค่อยเชื่อ
บางคนยังไล่ไปดูร่องรอย การรื้อหน้าปัดด้วย
ส่วนรถที่ใช้เลขไมล์เป็นดิจิตอล คนส่วนใหญ่คิด ว่าเปลี่ยนแปลง
จากการใช้งานจริงไม่ได้ ทั้งที่บาง คันอาจทำ
แต่อาจจะยากกว่าแบบอนาล็อก
ความเป็นจริง :
ไม่ควรถือว่าเลขไมล์บนมาตรวัด เป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ
ควรดูสภาพส่วนอื่นที่สำคัญมากกว่าการเชื่อตัวเลขบน หน้าปัด
เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ ทั้งแบบอนาล็อก และดิจิตอล
โดยในแบบหลังนั้น อาจจะใช้วิธีป้อนสัญญาณให้เลขวิ่งเดินหน้า
จนกลับมาขึ้นรอบใหม่ก็เป็นได้
ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
เลขไมล์แทบไม่มีผลต่อการตัดสินใจ
ถ้าสภาพของอุปกรณ์อื่นไม่สอดคล้องกัน เช่น เลขไมล์น้อย แต่เบาะทรุด
เปื่อย ปุ่มกดต่างๆ เลอะเลือนหรือถูกกดจนเลี่ยนมนไปหมดแล้ว
รถเต็นท์ราคาแพง - รถบ้านราคาถูก
ความเชื่อผิด :
ความเชื่อนี้ไม่ผิดเท่าไรนัก เพราะรถในเต็นท์ส่วนใหญ่
มักจะมีราคาแพงกว่ารถบ้านแท้ๆ เพราะทำธุรกิจก็ต้องมีกำไร
หรือต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพ รถเต็นท์ย่อมต้องเนี้ยบ
ส่วนรถบ้านนั้นอะไรพังนิดพังหน่อย เฉี่ยว นิดๆ หน่อยๆ
แล้วยังไม่ซ่อม ก็ไม่มีใครว่า แต่รถ บ้านบางคันอาจจะตั้งราคาไว้แพง
เพราะเจ้าของศึกษาราคาจากรถเต็นท์ ที่ประกาศไว้ หรือแพงโอเวอร์ไปเลยก็ยังมี
และคิดไปเองว่าจะขายได้ราคาตามนั้น
ทั้งที่ในเต็นท์นั้นเป็นแค่ราคาตั้ง
พอซื้อจริงอาจจะลดได้อีกมากก็เป็นได้
ความเป็นจริง :
ในเต็นท์อาจแพงกว่ารถบ้าน แต่ถ้าซื้อเป็นเงินผ่อนก็สะดวกดี
เพราะมีบริการหรือติดต่อแหล่งเงินกู้ให้ได้
หรือถ้าบางเต็นท์ร้อนเงิน หรือใช้นโยบายเงินหมุนเร็ว
กำไรนิดหน่อยก็ขายดีกว่าแช่นาน ราคาก็อาจไม่แพง
ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
ตั้งเงื่อนไขในการซื้อไว้ว่า ราคาไม่เกี่ยวกับแหล่งที่ขาย
จะซื้อที่ไหน ขอให้สภาพดีแล้วมีราคาที่เหมาะสมกันเป็นพอ
ถูกแต่สภาพไม่ดี ก็ไม่น่าสน
เต็นท์รับประกัน ซ่อมฟรี ดูแลฟรี ไม่ดีคืนเงิน
ความเชื่อผิด :
บริการหลังการขายตามโฆษณาซ่อมแบบค่าแรงฟรี เป็นระยะยาว
คิดว่าช่างจะดี บริการเยี่ยม เสียแต่ค่าอะไหล่
หรือซื้ออะไหล่เข้าไปเองได้
ความเป็นจริง :
เมื่อใช้บริการจริง กลับพบกับสารพัดปัญหา ช่างไม่เก่ง
ค่าแรงฟรีจริง
แต่บวกลงไปในค่าอะไหล่จนแพงเกินจริงหลายสิบเปอร์เซ็นต์
จะซื้ออะไหล่ไปให้ก็อิดออด สารพัดจะบอกปัด เป็นเรื่องปกติครับ
ขายรถมือสอง 1 คันได้กำไรไม่กี่บาท จะมาดูแลหรือซ่อมฟรีกัน
ในระยะยาวได้อย่างไร
แทบไม่เคยเห็นเต็นท์ไหนประกาศออกมาแล้วบริการจริงๆ ได้ดีเลย
ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
ไม่ต้องสนใจเงื่อนไขซ่อมแบบค่าแรงฟรี ยกเว้นเรื่องการรับประกัน
ที่บางเต็นท์มีให้ในระยะสั้นเช่น 1 เดือนซ่อมฟรีแบบไม่มีข้อแม้
ก็ควรทำเอกสารรับประกันให้รัดกุมและชัดเจนที่สุด
การเลือกรถยนต์มือสอง แบบที่ผู้ซื้อดูอะไรไม่เป็นเลย นอกจากสีเงาๆ
และทดลองขับดู เป็นเรื่องที่เสี่ยงอย่างมาก ถ้าสนใจจริงๆ
ควรหาคนที่มีความรู้มากกว่า ถึงจะไม่เก่งมาก แต่ก็ยังดี
และที่สำคัญคือ ลบความเชื่อผิดๆ ออกไปก่อน ! |