|
รถหรูจากกลุ่ม โฟล์คสวาเก้น

ช่องว่างระหว่างโฟล์คสวาเก้น
Phaeton
และ
เบนท์ลีย์ Arnage,
เมอร์เซเดส
S-Class
และ
มัยบัค 62, บี เอ็ม ดับเบิลยู ซี่รี่ส์ 7 และ โรลส์รอยซ์
ค่อนข้างจะมีมากและยังมีค่ายรถยนต์ใดที่ทำตลาดเซ็กเมนต์นี้อย่างจริงจัง
ระดับราคาระหว่าง 130,000 จนถึง 265,000 ยูโร (ประมาณ 6,760,000
–
13,780,000 บาท) ยังมีที่ว่างให้เจาะช่องเข้าไปอยู่พอสมควร และเบนท์ลีย์ก็ได้เล็งเป้าด้วยรถรุ่นใหม่
Continental Flying
Spur
ที่จะวางตัวไว้ที่ประมาณ 170,000 ยูโร (ประมาณ
8,840,000 บาท)


ฟรานซ์-โยเซฟ เพฟเก้น บิ๊กบอสของเบนท์ลีย์กล่าวว่า
“Flying Spur
จะผลิตขึ้นมาจำนวนไม่มาก แต่ด้วยระดับคุณภาพที่สูง ส่วน
Arnage
จะเป็นเหมือนสูทที่ตัดให้พอดีตัว และใช้ชั่วโมงทำงานในการผลิตเป็น
3 เท่า”

Continental
จะเป็นรถที่มีพื้นที่ขยับแข้งขยับขาและที่ว่างเหนือศีรษะมากกว่า
Arnage
ที่แม้จะเป็นรถที่ด้านหลังกว้างขวาง
แต่ด้วยเบาะนั่งที่สูงกว่าเกือบ 10 ซม.
ก็ทำให้ที่ว่างเหนือศีรษะน้อยกว่า
Continental
เช่นเดียวกับ Phaeton
เบนท์ลีย์จะมี
Flying Spur
ให้เลือก 2 เวอร์ชั่น คือแบบเบาะนั่งหลังแบบแถวยาวนั่งได้ 3 คน
กับแบบแยกและปรับได้ด้วยไฟฟ้านั่งได้เพียง 2 คน
นอกจากนั้นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานและออพชั่นพิเศษยังมีเพิ่มเติมให้มากกว่าเดิม
แต่สำหรับผนังกั้นห้องโดยสาร
และเกราะกันกระสุนนั้นยังคงเป็นสิ่งที่สงวนไว้เฉพาะรุ่น
Arnage
เท่านั้น

คาดว่าจะมีการผลิต
Flying Spur
ที่โรงงานของกลุ่มมโฟล์ค สวาเก้น ในเมืองเดรสเดน
ประเทศเยอรมนี เบนท์ลีมีแผนที่จะผลิตรถเพียงปีละ 10,000
คันเท่านั้น ในจำนวนนั้นจะเป็น
Arnage
และรุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่
Azure
เสีย
1,000 คัน ที่เหลือจะเป็น
Continental
GT
และ
Flying Spur
และ 80%
ของจำนวนยอดผลิตทั้งหมดจะถูกส่งไปยังตลาดเป้าหมายหลัก
ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและอังกฤษ

แม้ว่าเบนท์ลีย์จะผลิตรถยนต์จนเต็มกำลังการผลิตแล้วในปีนี้
แต่ก็คาดว่าเราจะได้เห็นอีกเวอร์ชั่นหนึ่งของ
Continental GT
ในอีกไม่นานนี้ และในราวปลายปี 2006 ก็น่าจะถึงวาระที่
Arnage DropHead Coupe
เริ่มไหลออกจากสายการผลิตแน่นอน
|